วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
สัญญาณร้ายที่อยากให้ร่างกายขับพิษ
สัญญาณร้ายที่อยากให้ร่างกายขับพิษ
พูดเรื่อง Detox หลายคนจะคิดว่าเอาของเก่ามาขาย แต่สาวๆ Detox ที่รู้ๆ กันมาน่ะ มันถูกต้องแล้วหรือ? เรามีข้อมูลแน่ๆ มาชี้แจงแถลงไขกัน การล้างพิษหรือ Detox นั้นย่อมาจากคำว่า Detoxification หมายถึง กระบวนการในการล้างสารพิษ (Toxin) ออกจากร่างกายด้วยวิธีการต่างๆ เพราะกว่า 90% ของโรคเกิดจากการสะสมพิษในลำไส้ใหญ่ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า การสะสมพิษ เช่น อุจจาระตกค้าง ตะกรัน(Chronic dunk) ที่ลำไส้ใหญ่ หรือ อาการท้องผูก เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ร่างกายเราอ่อนแอและเกิดโรคต่าง ๆ ตามมาได้ง่ายเนื่องจากลำไส้เป็นอวัยวะที่ร่างกายเราไม่สามารถมองเห็นได้ จึงถูกละเลยในการดูแลนั่นเอง
สัญญาณร้าย อยากให้ร่างกายขับพิษ
โดยปกติแล้วถ้าภายในร่างกายของเรามีของเสียและสารพิษสะสมในปริมาณที่เป็นอันตรายถึงขั้นที่จะสามารถก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นได้ ร่างกายย่อมจะส่งสัญญาณเตือนออกมาให้เราได้รับทราบว่ามันกำลังต้องการความช่วยเหลือและความเอาใจใส่จากเราให้มากขึ้นกว่าเดิมแล้วนะจ๊ะ ซึ่งมีข้อสังเกตดังต่อไปนี้
• นอนหลับยาก หรือรู้สึกว่านอนไม่พอร่างกายอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย เซื่องซึม หดหู่ไม่กระปรี้กระเปร่า
• ปวดศีรษะ มึนงงบ่อยๆ หรืออาจปวดถึงขั้นเป็นไมเกรนอารมณ์แปรปรวนง่าย ประสาทตึงเครียด ขี้ลืม สมองไม่ปลอดโปร่ง คิดอะไรไม่ค่อยออก
• ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยง่าย ผิวแห้งและหยาบกร้าน ดูแก่กว่าวัย มีสิวและผดผื่นขึ้น
• มีกลิ่นปาก หรือมีแผลในช่องปากลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
• จุกเสียด แน่นท้อง ปวดท้องเป็นประจำ เนื่องจากระบบการย่อยอาหารมีปัญหา มักเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ระบบขับถ่ายมีปัญหา ท้องผูกเป็นประจำ หรือท้องเสียง่าย เป็นริดสีดวงทวาร
• เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ใครเข้าข่ายมีอาการร้ายๆ ดังข้างต้น ก็ถึงเวลาแล้วนะคะที่จะลด ละ เลิด และหันกลับมาใส่ใจ Detoxร่างกายให้กลับมาปิ๊งกันดีกว่าค่ะ
• ปวดศีรษะ มึนงงบ่อยๆ หรืออาจปวดถึงขั้นเป็นไมเกรนอารมณ์แปรปรวนง่าย ประสาทตึงเครียด ขี้ลืม สมองไม่ปลอดโปร่ง คิดอะไรไม่ค่อยออก
• ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยง่าย ผิวแห้งและหยาบกร้าน ดูแก่กว่าวัย มีสิวและผดผื่นขึ้น
• มีกลิ่นปาก หรือมีแผลในช่องปากลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
• จุกเสียด แน่นท้อง ปวดท้องเป็นประจำ เนื่องจากระบบการย่อยอาหารมีปัญหา มักเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ระบบขับถ่ายมีปัญหา ท้องผูกเป็นประจำ หรือท้องเสียง่าย เป็นริดสีดวงทวาร
• เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ใครเข้าข่ายมีอาการร้ายๆ ดังข้างต้น ก็ถึงเวลาแล้วนะคะที่จะลด ละ เลิด และหันกลับมาใส่ใจ Detoxร่างกายให้กลับมาปิ๊งกันดีกว่าค่ะ
ข่าวการเมือง - นายกเตรียมถกช่วยนายจ้างกระทบค่าแรง300
นายกเตรียมถกช่วยนายจ้างกระทบค่าแรง300
นายกรัฐมนตรี เตรียมประชุม ครม.เศรษฐกิจ ช่วยนายจ้างที่ได้รับผลกระทบค่าแรง 300 บาท และหาทางแก้วิกฤติพลังงาน
ความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ช่วงเช้า เป็นประธานในการประชุม คณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อติดตามความคืบหน้ามาตรการช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท และประเด็นที่ประชุมกระทรวงพลังงานในการแก้ไขปัญหาวิกฤติพลังงาน
ขณะที่ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ครั้งที่ 2/2556 ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยคาดว่าช่วงเย็น จะลงพื้นที่ช่วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย หาเสียงในช่วงใกล้โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
ความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ช่วงเช้า เป็นประธานในการประชุม คณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เพื่อติดตามความคืบหน้ามาตรการช่วยผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท และประเด็นที่ประชุมกระทรวงพลังงานในการแก้ไขปัญหาวิกฤติพลังงาน
ขณะที่ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ (ก.น.จ.) ครั้งที่ 2/2556 ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยคาดว่าช่วงเย็น จะลงพื้นที่ช่วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย หาเสียงในช่วงใกล้โค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
ตะลุย!สวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์ ออร์แลนโด
ตะลุย!สวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์ ออร์แลนโด
หากคุณคือเหล่าสาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ (Harry Potter) นวนิยายแฟนตาซียอดนิยมของคนทั่วโลก ซึ่งประพันธ์โดยนักเขียนชาวอังกฤษ เจ. เค. โรว์ลิ่ง หรือ โจแอนน์ "โจ" โรว์ลิ่ง ( Joanne "Jo" Rowling) และต่อมาได้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์โดยวอร์เนอร์บราเธอร์ส (Warner Bros.) แน่นอนว่าใครหลายๆคนคงสงสัยว่าสถานที่ต่างๆซึ่งเป็นฉากที่สวยงามที่เราเห็นในภาพยนตร์นั้นมีอยู่จริงหรือไม่? ... และอย่าตกใจไปนะคะ! ถ้าคำตอบที่ได้มานั้นคือ...มีอยู่จริงค่ะ...^-^
วันนี้ทราเวลไทยซ่าส์จะพาคุณไปตะลุย "สวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์" (Harry Potter theme park) หรือ "โลกมหัศจรรย์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์" (The Wizarding World of Harry Potter) ซึ่งเป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของสวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดยสวนนั้นอยู่ในเขตยูนิเวอร์แซล ออร์แลนโด รีสอร์ต (Universal Orlando Resort) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองออร์แลนโด (Orlando) เมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางของรัฐฟลอริดา (Florida) ฐที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา (United States of America) นั่นเองค่ะ
สวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์ เปิดอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 20 เอเคอร์ (81,000 ตารางเมตร) ด้วยฉากอันแสนน่าตื่นตาตื่นใจที่เราได้พบเห็นในภาพยนตร์ โดยเฉพาะคนที่หวังว่าจะมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในตัวละครในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ และคงจะดีไม่น้อยถ้ามีโอกาสได้มาเยือนสถานที่เสมือนจริงที่เราได้พบเห็นในฉากภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็น ปราสาทฮอกวอตส์ที่จำลองขึ้นมาจากปราสาทในภาพยนตร์ หมู่บ้านฮอกส์มี้ดซึ่งเป็นหมู่อาคารขนาดใหญ่ที่จำลองมาจากหมู่บ้านฮอกส์มี้ดในภาพยนตร์ กระท่อมแฮกริด รถไฟเหาะมังกร และอื่นๆ ... ถ้าคุณเป็นสาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ตัวจริง ขอแนะนำว่าต้องไม่พลาดไปเยือนสีกครั้งนะคะ...
วันนี้ทราเวลไทยซ่าส์จะพาคุณไปตะลุย "สวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์" (Harry Potter theme park) หรือ "โลกมหัศจรรย์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์" (The Wizarding World of Harry Potter) ซึ่งเป็นชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของสวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์ โดยสวนนั้นอยู่ในเขตยูนิเวอร์แซล ออร์แลนโด รีสอร์ต (Universal Orlando Resort) ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองออร์แลนโด (Orlando) เมืองที่ตั้งอยู่ตอนกลางของรัฐฟลอริดา (Florida) ฐที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา (United States of America) นั่นเองค่ะ
สวนสนุกแฮร์รี่ พอตเตอร์ เปิดอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2553 ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 20 เอเคอร์ (81,000 ตารางเมตร) ด้วยฉากอันแสนน่าตื่นตาตื่นใจที่เราได้พบเห็นในภาพยนตร์ โดยเฉพาะคนที่หวังว่าจะมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในตัวละครในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ และคงจะดีไม่น้อยถ้ามีโอกาสได้มาเยือนสถานที่เสมือนจริงที่เราได้พบเห็นในฉากภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็น ปราสาทฮอกวอตส์ที่จำลองขึ้นมาจากปราสาทในภาพยนตร์ หมู่บ้านฮอกส์มี้ดซึ่งเป็นหมู่อาคารขนาดใหญ่ที่จำลองมาจากหมู่บ้านฮอกส์มี้ดในภาพยนตร์ กระท่อมแฮกริด รถไฟเหาะมังกร และอื่นๆ ... ถ้าคุณเป็นสาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ตัวจริง ขอแนะนำว่าต้องไม่พลาดไปเยือนสีกครั้งนะคะ...
10 อันดับเกมขายดีในสัปดาห์ที่ผ่านมา
10 อันดับเกมขายดีในสัปดาห์ที่ผ่านมา
วันนี้เราจะมาดู 10 อันดับเกมขายดีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาคือวันที่ 10 - 16 กุมภาพันธ์ ครับ โดยส่วนแรกนี้จะเป็นในส่วนของเกมขายปลีกหรือก็คือขายเป็นกล่องเกมในประเทศอังกฤษ จากสถิติจะเห็นว่าแม้เกม ALIENS: COLONIAL MARINES จะถูกวิจารณ์สับเละว่าห่วยเพียงใดแต่ก็ยังคงมีสาวกเอเลี่ยนหรือเกมเมอร์อยากลองของว่าห่วยจริงไหมซื้อไปเล่นอยู่ดี ซึ่งก็ทำลายสถิติเกมอย่าง FOOTBALL MANAGER 2013 ที่ครองแชมป์อันดับหนึ่งติดต่อกันมายาวนานหลายสัปดาห์ นอกนั้นแล้วเกม The Sims 3 ก็ยังคงติดอันดับขายดี แต่น่าแปลกใจที่ Dead Space 3 นั้นดูไม่ร้อนแรงอย่างที่คิด อันดับเต็มๆก็ด้านล่างเลยครับ
1.) ALIENS: COLONIAL MARINES (SEGA)
2) FOOTBALL MANAGER 2013 (SEGA)
3) THE SIMS 3 (EA GAMES)
4.) THE SIMS 3: SEASONS (EA GAMES)
5.) DEAD SPACE 3 (EA GAMES)
6.) FAR CRY 3 (UBISOFT)
7.) THE SIMS 3: SUPERNATURAL (EA GAMES)
8.) THE SIMS 3: PETS (EA GAMES)
9.) GUILD WARS 2 (NCSOFT EUROPE)
10.) WORLD OF WARCRAFT: MISTS OF PANDARIA (BLIZZARD)
ดื่มกาแฟอย่างไรให้มีผลเสียน้อยที่สุด
ดื่มกาแฟอย่างไรให้มีผลเสียน้อยที่สุด
มีหลายคนที่ไม่สนับสนุนให้ดื่มกาแฟ เพราะยิ่งดื่มมาก ยิ่งส่งผลร้ายต่อสุขภาพ
อีกทั้งทำให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ นอนหลับไม่สนิท เร่งการหลั่งกรด ก่อให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ ลดการดูดซึมแคลเซียม แถมยังทำให้ปวดหัวแทบระเบิดหากหยุดดื่มกะทันหันอีกด้วย
แต่หลายคนก็ยังผูกสมัครรักใคร่ยกให้กาแฟเป็นคู่ชีวิตเรียบร้อย อยากเลิกก็เลิกไม่ได้ หยุดดื่มเมื่อไรก็เกิดอาการเสี้ยนซ้ำเติม หงุดหงิด อารมณ์บูด ไม่มีแรงบางรายปวดหัวจนพานคิดว่าตัวเองเป็นโรคร้ายก็มี
ด้วยความเข้าใจและห่วงใยคอกาแฟ ลองมาช่วยกันค้นหาคำตอบสิว่า “ดื่มกาแฟอย่างไรถึงไม่ทำร้ายสุขภาพ” พร้อมแนะวิธีลดปริมาณกาแฟโดยไม่ให้เกิดอาการเสี้ยน และเครื่องดื่มทดแทนกาแฟเพื่อเพิ่มความสดชื่น
มากกาเฟอีน เพิ่มอันตราย
กาแฟมีส่วนประกอบสำคัญคือกาเฟอีน ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในอาหารและเครื่องดื่มหลายชนิด เช่น ชา โกโก้ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มชูกำลัง แต่เมื่อเทียบแล้วกาแฟมีปริมาณกาเฟอีนมากกว่าหลายเท่า การดื่มกาแฟที่มีกาเฟอีนในปริมาณน้อย ราว 100 มิลลิกรัม จะทำให้ผู้ดื่มรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจกระชุ่มกระชวย แต่หากดื่มมากถึง 600 มิลลิกรัม จะกลับมีอาการวิตกกังวลและหดหู่มาแทนที่ และหากดื่มมากกว่า 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไปจะมีอาการกล้ามเนื้อกระตุก ความคิดและคำพูดติดขัด งุนงงสับสนใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ รู้สึกเหมือนทำงานไม่รู้จักเหนื่อยกระวนกระวาย
บางรายอาจเห็นแสงวูบวาบลวงตาและได้ยินเสียงดังในหู และหากดื่มมากกว่า 10,000 มิลลิกรัม จะทำให้เกิดโรคลมชัก ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตในที่สุด
นายแพทย์จาคอบ ไทเทิลบอม ผู้อำนวยการศูนย์บำบัดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังและอ่อนเพลีย (Fibromyalgia and Fatigue Center) ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เมื่อสำรวจเครื่องดื่มของผู้ป่วยลักษณะเพลียไม่มีแรง พบว่าแทบทุกคนดื่มกาแฟวันละสิบกว่าถ้วย ผู้ป่วยเหล่านี้คิดว่าดื่มกาแฟหลายถ้วยจะช่วยให้มีแรงทำงานแต่ในความเป็นจริง ยิ่งดื่มยิ่งมีกาเฟอีนในร่างกายมาก ก็เท่ากับเป็นการดึงพลังงานออกจากตัวมากเท่านั้น ยิ่งดื่มจึงยิ่งเพลียเมื่อเพลียก็ดื่มมากขึ้น หมุนเวียนเป็นวงจรเช่นนี้ไปเรื่อยๆ
หมอไทเทิลบอมแนะนำว่า เพื่อแก้อาการเพลีย ควรงดกาแฟโดยเด็ดขาดเป็นเวลา 2 - 3 เดือน และหากคนไข้ทำได้อย่างเคร่งครัด อาการเพลียจะหายไป
วันหนึ่งดื่มแค่ไหน
องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) กำหนดปริมาณกาเฟอีนที่ไม่ก่ออันตรายต่อสุขภาพคือ ไม่เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบได้กับการดื่มกาแฟสดไม่เกิน 2 ถ้วยต่อวัน หรือกาแฟผงสำเร็จรูปไม่เกิน 3 ถ้วยต่อวัน ทั้งนี้ขึ้นกับปริมาณกาเฟอีนในกาแฟ ดังแสดงในตาราง
ตารางแสดงประเภทกาแฟพร้อมปริมาณกาเฟอีน
| 1 ถ้วย (ปริมาณ 150 - 180 ซีซี) | ปริมาณกาเฟอีน (มิลลิกรัม) |
| กาแฟสด (คั่วและบด) กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟไร้กาเฟอีน | 80 - 140 66 - 100 2 - 4 |
หากใครทำใจลดปริมาณกาแฟไม่ได้จริงๆ หรือลดแล้วยังกลัวผลร้ายจากกาแฟ ฟังทางนี้ค่ะ เรามี 9 วิธีดื่ม กาแฟให้เกิดผลเสียต่อร่างกายน้อยที่สุดมาแนะนำ ดังนี้
1. ดื่มกาแฟที่สกัดกาเฟอีนออกแทนกาแฟสดหรือ กาแฟสำเร็จรูป เช่น หากดื่มกาแฟสด 4 ถ้วยในหนึ่งวัน ให้แทนที่ด้วยกาแฟสกัดกาเฟอีนออกทั้งสี่ถ้วยหรือครึ่งหนึ่ง เพื่อลดปริมาณกาเฟอีนที่ร่างกายจะได้รับ
2. หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มชนิดอื่นที่มีกาเฟอีน เช่น ชา โกโก้ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต และเครื่องดื่มชูกำลัง หากดื่มกาแฟหลายถ้วยในหนึ่งวัน ควรหลีกเลี่ยงอาหารดังกล่าวเพื่อเป็นการไม่เพิ่มกาเฟอีนในร่างกาย
3. ระวังครีมเทียมและน้ำตาลที่เติมในกาแฟ เพราะยิ่ง เติมมาก ยิ่งเพิ่มแคลอรีให้กาแฟและเพิ่มพลังงานส่วนเกินให้ร่างกาย
4. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟในช่วงบ่ายหรือหัวค่ำ สำหรับผู้ที่มีอาการนอนหลับยาก
5. ไม่ดื่มกาแฟขณะท้องว่าง เพราะกาเฟอีนเร่งให้เกิดการหลั่งกรด หากเกิดเป็นประจำอาจส่งผลให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารได้
6. ไม่หักโหมทำงานโดยใช้กาแฟเป็นตัวกระตุ้น เพราะ ในระยะยาวร่างกายอาจต้องการปริมาณกาเฟอีนจากกาแฟเพิ่มขึ้นอีก ส่งผลให้ร่างกายที่ไม่ได้พักอ่อนเพลียอย่างหนัก ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
7. ควรกินอาหารที่มีแคลเซียมเพิ่ม เช่น นม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย และผักใบเขียว เพราะกาแฟลดการดูดซึม แคลเซียม ทำให้เสี่ยงต่อภาวะกระดูกพรุน
8. ควรกินผักผลไม้ให้เพียงพอทุกวัน เนื่องจากในกระบวนการคั่วเมล็ดกาแฟจะมีฟรีแรดิคัลเกิดขึ้น วิตามินซี อี และเบต้าแคโรทีนในผักผลไม้สามารถช่วยกำจัดฟรีแรดิคัลในร่างกายได้
9. ดื่มน้ำสะอาดมากกว่า 8 - 10 แก้วต่อวัน เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากฤทธิ์ในการขับปัสสาวะของกาเฟอีน ดื่มอะไรแทนกาแฟ
หากคุณรู้สึกมีอาการปวดศีรษะ หน้ามืด อ่อนเพลีย ไม่กระฉับกระเฉง เพื่อบำบัดอาการดังกล่าวชนิดไร้ผลข้างเคียง แนะนำให้เลือกเครื่องดื่มเพิ่มความสดชื่นอย่าง น้ำอาร์ซีแทนกาแฟ หรือดื่มควบคู่กันไปในระหว่างลดปริมาณการดื่มกาแฟค่ะ
สำหรับใครที่ยังไม่เคยดื่ม เรามีสูตรทำน้ำอาร์ซีมาฝากด้วยค่ะ
วิธีทำ
1. ต้มข้าวเปลือกแข็ง ได้แก่ ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เลย์ และลูกเดือย อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ ลูกบัว 10 เม็ด กับน้ำ 1 ลิตรจนเดือด
2. ใส่ข้าวแข็งปานกลาง คือ ข้าวซ้อมมือ ข้าวเหนียวซ้อมมือ ข้าวแดง (ข้าวมันปู) อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ ตามลงไป ต้มจนเดือดเป็นครั้งที่ 2
3. ใส่ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะเป็นลำดับสุดท้าย ปิดไฟ ปล่อยให้ข้าวต่างๆ นอนก้น ตักเอาแต่น้ำใสๆ ดื่มขณะร้อน ครั้งละ 1 ถ้วยกาแฟหรือค่อนแก้ว หรือเก็บใส่กระติก เก็บความร้อนสำหรับดื่มทั้งวัน ควรดื่มให้หมดภายในหนึ่งวัน หากมีรสเปรี้ยวไม่ควรดื่ม
ส่วนข้าวที่เหลือจากการต้มน้ำอาร์ซีสามารถนำไปทำเป็นข้าวต้มหรือหุงเป็นข้าวสวยก็อร่อย นอกจากแก้อาการอ่อนเพลียแล้ว ยังได้รับกากใย วิตามิน และแร่ธาตุจากธรรมชาติคับแก้วทีเดียวค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจากธนาคารกสิกรไทย
ข่าวกีฬา - เทพบุตรคนเก่า!"กาก้า"เผยความมั่นใจกลับมาแล้
เทพบุตรคนเก่า!"กาก้า"เผยความมั่นใจกลับมาแล้ว
เทพบุตรคนเก่า!"กาก้า"เผยความมั่นใจกลับมาแล้ว
ริคาร์โด้ กาก้าเทพบุตรลูกหนังของ"ราชันชุดขาว"เรอัล มาดริดออกโรงเปิดเผยว่าความมั่นใจของเขาที่เหมือนจะสูญหายไปกำลังเริ่มฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งแล้ว
ดาวเตะวัย 30 ปีกลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้งในเกมที่เรอัล มาดริดไล่บดเอาชนะราโญ่ บาเญกาโน่ไปได้ 2-0 ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนเมื่้อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
"แม้แต่ตอนที่ผมประสบความยากลำบากที่สุด ผมก็ยังสามารถมีความฝันได้"กาก้ากล่าว
"แต่ในการฝึกซ้อมที่ผมทำ ผมสามารถบรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จที่เรอัล มาดริดได้"
"ผมกำลังทำงานหนักเพื่อทีม,เพื่อตัวผมเองและเพื่อโค้ชของเรอัล มาดริด"
"ผมกำลังเรียกคืนความรู้สึกที่เหมือนจะหายไปกลับมาได้แล้ว"
ริคาร์โด้ กาก้าเทพบุตรลูกหนังของ"ราชันชุดขาว"เรอัล มาดริดออกโรงเปิดเผยว่าความมั่นใจของเขาที่เหมือนจะสูญหายไปกำลังเริ่มฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งแล้ว
ดาวเตะวัย 30 ปีกลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมอีกครั้งในเกมที่เรอัล มาดริดไล่บดเอาชนะราโญ่ บาเญกาโน่ไปได้ 2-0 ทั้งที่เหลือผู้เล่นเพียง 10 คนเมื่้อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
"แม้แต่ตอนที่ผมประสบความยากลำบากที่สุด ผมก็ยังสามารถมีความฝันได้"กาก้ากล่าว
"แต่ในการฝึกซ้อมที่ผมทำ ผมสามารถบรรลุเป้าหมายและประสบความสำเร็จที่เรอัล มาดริดได้"
"ผมกำลังทำงานหนักเพื่อทีม,เพื่อตัวผมเองและเพื่อโค้ชของเรอัล มาดริด"
"ผมกำลังเรียกคืนความรู้สึกที่เหมือนจะหายไปกลับมาได้แล้ว"
วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556
ข่าวกีฬา - เรือจ่อซิวเนย์มาร์-ส่งผู้บริหารเจรจาครอบครัว
เรือจ่อซิวเนย์มาร์-ส่งผู้บริหารเจรจาครอบครัว
เริ่มแล้ว? เรือใบสีฟ้า เดินหน้ายื่นข้อเสนอขอซื้อตัว "เนย์มาร์" กองหน้าทีมชาติบราซิล เป็นครั้งแรก
สื่อดังของเมืองผู้ดี รายงานว่า "เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี ทีมมหาเศรษฐี ที่มีอำนาจเงินมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ได้เริ่มต้นเดินหน้าแผนการคว้าตัว เนย์มาร์ ดา ซิลวา กองหน้าทีมชาติบราซิล มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการแล้ว โดยระบุ ซิกิ เบกิริสไตน์ ผู้อำนวยการฟุตบอล และเฟอร์รัน โซเรียโน ผู้บริหารระดับสูงของทีม ได้หารือกับครอบครัวของ ดาวยิงแซมบ้าแล้ว เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ในเกมที่บราซิล ยกพลมาอุ่นเครื่องกับทีมชาติอังกฤษ
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จากการหารือเบื้องต้น กับ พ่อของเนย์มาร์ ทำให้มีความชัดเจนว่า มีค่าฉีกสัญญาอยู่กับสโมสรซานโต๊ส ในบราซิล ประมาณ 55 ล้านปอนด์ และมีบริษัทด้านการกีฬาของบราซิล อย่าง ไอเอ็มจี (IMG) และ ไอเอ็มเอ็กซ์ ทาเลนท์ (IMX Talent) มีส่วนเอี่ยวในสัญญาด้วย ตามที่ได้มีการเซ็นสัญญากันไว้กับ ซานโต๊ส จนจบฟุตบอลโลก ปี 2014
อย่างไรก็ตาม สำหรับ เนย์มาร์ นั้น ยังเป็นเป้าหมายการเสริมทัพของทั้ง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลนา 2 ยักษ์ใหญ่ในลาลีกาสเปนด้วย
เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว จากการหารือเบื้องต้น กับ พ่อของเนย์มาร์ ทำให้มีความชัดเจนว่า มีค่าฉีกสัญญาอยู่กับสโมสรซานโต๊ส ในบราซิล ประมาณ 55 ล้านปอนด์ และมีบริษัทด้านการกีฬาของบราซิล อย่าง ไอเอ็มจี (IMG) และ ไอเอ็มเอ็กซ์ ทาเลนท์ (IMX Talent) มีส่วนเอี่ยวในสัญญาด้วย ตามที่ได้มีการเซ็นสัญญากันไว้กับ ซานโต๊ส จนจบฟุตบอลโลก ปี 2014
อย่างไรก็ตาม สำหรับ เนย์มาร์ นั้น ยังเป็นเป้าหมายการเสริมทัพของทั้ง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลนา 2 ยักษ์ใหญ่ในลาลีกาสเปนด้วย
คติธรรมคำสอน
1. คนธรรมดาทำบุญก็อยากได้บุญ คนมีปัญญาทำบุญหวังจะเกิดในภพใหม่ที่ดีกว่าเดิม แต่ชาวพุทธแท้ทำบุญเพื่อการปล่อยวางกิเลสอย่างสิ้นเชิง
2. สิ่งที่ตาเห็นอย่าเพิ่งสรุปว่ามี สิ่งที่คนยอมรับว่าดีอย่าเพิ่งบอกว่าเห็นด้วย
3. ผู้ทรงธรรมนั่นแหละคือผู้ทรงเกียรติ ผู้มีความดีนั่นแหละคือผู้มีทรัพย์ ผู้รู้จักพอนั่นแหละคือมหาเศรษฐี
4. นักปราชญ์ตะวันตกกล่าวว่า อำนาจทำให้คนเสีย ยิ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จยิ่งเสียคนแบบเบ็ดเสร็จ
5. ดาบที่ดีต้องมีฝัก ความสามารถที่ดีต้องมีจริยธรรม
6. พ่อแม่ที่ดีต้องมีพรหมวิหาร 4 หน้า หน้า 1 เมตตา หน้า 2 คือ กรุณา หน้า 3 คือ มุทิตา หน้า 4 คือ อุเบกขา
7. ยามปกติเลี้ยงลูกด้วยเมตตา ยามมีปัญหาคอยช่วยเหลือด้วยกรุณา ยามลูกทำดีคอยส่งเสริมด้วยมุทิตา ยามลูกทำผิดปล่อยให้รับกรรมด้วยตัวเอง คือ อุเบกขา
8. รอยเท้าแรกที่เหยียบบนดวงจันทร์ไม่ใช่รอยเท้าของมนุษย์ แต่เป็นรอยเท้าแห่งจินตนาการ
9. การแก้กรรมคือการแก้ที่ความหลงผิด การแก้กรรมคือการเลิกทำความชั่ว ดังนั้นการแก้กรรมจึงไม่ใช่สำเร็จที่การสะเดาะเคราะห์หรือทำพิธีจากเกจิ
10. คนที่รู้เรื่องกรรมดีที่สุดคือตัวเราเอง คนที่แก้กรรมได้ดี่ที่สุดคือตัวของเรา การแก้กรรมต้องทำด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ใช่ด้วยพิธีกรรมแปลกๆ
11. คนขุดบ่อน้ำก็ลงต่ำอยู่ในดิน คนก่อกำแพงก็ขึ้นสูงตามกำแพงที่ก่อ ฉันนี้ฉันใดคนทั้งหลายก้เป็นเช่นนั้น จะสูงจะต่ำขึ้นอยู่กับการกระทำของตน
12. คนฉลาดชอบแกล้งโง่ คนโง่ชอบเสแสร้งว่าฉลาด ส่วนนักปราชญ์เรียนรู้ที่จะฉลาดและเรียนรู้ที่จะโง่
13. กฎแห่งกรรมไม่ต้องืวีซ่า กฎแห่งกรรมไม่ยกเว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม กฎแห่งกรรมไม่มีวันหยุด กฎแห่งกรรมเที่ยงธรรมตลอดกาล
14. บิล เกตต์ เรียนไม่จบแต่พบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพราะเป็นคนใฝ่เรียนรู้ด้วยตนเอง ปัญญาไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยแต่อยู่ในจิตใจที่ใฝ่รู้
15. อย่ายึดติดกับความหลัง อย่าฟังเสียงปาปมิตร (มิตรชั่ว) อย่ามัวคิดริษยา อย่าเสียเวลากับคนเลวทราม
16. คนส่วนใหญ่เรียกร้องสิทธิมนุษยชน แต่คนมีปัญญาเรียกร้องสิทธิที่จะไม่ทุกข์
17. ความไม่รู้เป็นยอดแห่งมลทิน ปัญญาเป็นยอดแห่งสิริมงคลความถ่อมตนเป็นยอดแห่งเสน่ห์
18. รถทุกคันล้วนมีเบรก รถทุกคันล้วนมีท่อไอเสีย คนทุกคนต้องมีเบรกคือสติ ต้องมีท่อไอเสียคือการปล่อยวาง
19. ความทุกข์ไม่เคยยึดติดเรา มีแต่เราต่างหากที่ยึดติดความทุกข์ ความสุขไม่เคยไปจากใจเรา มีแต่เราต่างหากที่ไม่เคยถนอมมันไว้ในใจของเรา
20. ยศ ทรัพย์ อำนาจเป็นเพียงมรรควิธีที่ทำให้ชีวิตนี้มีประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเป้าหมายในการเกิดเป็นมนุ๋ย์
21. ทำผิดแล้วรู้สึกผิดต่อไปจะเป็นคนดี ทำผิดแล้วรู้สึกว่าเป็นความดีกาลกิณีจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
22. ที่สุดของความรักคือรักโดยไม่ครอบครอง ที่สุดของการให้คือให้โดยไม่หวังผล ที่สุดของทานคืออภัยทาน ที่สุดของคนคือการเป็นคนธรรมดาที่มีความสุข
23. ความรักไม่เคยทำให้ใครทุกข์ การไม่รู้จักธรรมชาติของความรักต่างหากที่ทำให้เกิดทุกข์ ธรรมชาติของความรักคือเกิดขึ้นในเบื้องต้น ดำรงอยู่ในท่ามกลาง และแตกดับไปในที่สุด
24. โลกนี้มีผี 6 ตัวที่น่ากลัวกว่าผีไหนๆ 1 ผีสุรา 2ผีเที่ยวกลางคืน 3. ผีมหรสพ (ติดใจในความบันเทิงจนเกินพอดี) 4 ผีการพนัน 5 ผีคบคนชั่วเป็นมิตร (คนชั่วอยู่ไหนชอบเถลไถลไปสนิทสนม) 6 ผีขี้เกียจ ผี 6 ตัวนี้ต้องปราบด้วยปฏิบัติธรรม
ขอบคุณบท ความจากธรรมจักรดอทเน็ต
2. สิ่งที่ตาเห็นอย่าเพิ่งสรุปว่ามี สิ่งที่คนยอมรับว่าดีอย่าเพิ่งบอกว่าเห็นด้วย
3. ผู้ทรงธรรมนั่นแหละคือผู้ทรงเกียรติ ผู้มีความดีนั่นแหละคือผู้มีทรัพย์ ผู้รู้จักพอนั่นแหละคือมหาเศรษฐี
4. นักปราชญ์ตะวันตกกล่าวว่า อำนาจทำให้คนเสีย ยิ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จยิ่งเสียคนแบบเบ็ดเสร็จ
5. ดาบที่ดีต้องมีฝัก ความสามารถที่ดีต้องมีจริยธรรม
6. พ่อแม่ที่ดีต้องมีพรหมวิหาร 4 หน้า หน้า 1 เมตตา หน้า 2 คือ กรุณา หน้า 3 คือ มุทิตา หน้า 4 คือ อุเบกขา
7. ยามปกติเลี้ยงลูกด้วยเมตตา ยามมีปัญหาคอยช่วยเหลือด้วยกรุณา ยามลูกทำดีคอยส่งเสริมด้วยมุทิตา ยามลูกทำผิดปล่อยให้รับกรรมด้วยตัวเอง คือ อุเบกขา
8. รอยเท้าแรกที่เหยียบบนดวงจันทร์ไม่ใช่รอยเท้าของมนุษย์ แต่เป็นรอยเท้าแห่งจินตนาการ
9. การแก้กรรมคือการแก้ที่ความหลงผิด การแก้กรรมคือการเลิกทำความชั่ว ดังนั้นการแก้กรรมจึงไม่ใช่สำเร็จที่การสะเดาะเคราะห์หรือทำพิธีจากเกจิ
10. คนที่รู้เรื่องกรรมดีที่สุดคือตัวเราเอง คนที่แก้กรรมได้ดี่ที่สุดคือตัวของเรา การแก้กรรมต้องทำด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ใช่ด้วยพิธีกรรมแปลกๆ
11. คนขุดบ่อน้ำก็ลงต่ำอยู่ในดิน คนก่อกำแพงก็ขึ้นสูงตามกำแพงที่ก่อ ฉันนี้ฉันใดคนทั้งหลายก้เป็นเช่นนั้น จะสูงจะต่ำขึ้นอยู่กับการกระทำของตน
12. คนฉลาดชอบแกล้งโง่ คนโง่ชอบเสแสร้งว่าฉลาด ส่วนนักปราชญ์เรียนรู้ที่จะฉลาดและเรียนรู้ที่จะโง่
13. กฎแห่งกรรมไม่ต้องืวีซ่า กฎแห่งกรรมไม่ยกเว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม กฎแห่งกรรมไม่มีวันหยุด กฎแห่งกรรมเที่ยงธรรมตลอดกาล
14. บิล เกตต์ เรียนไม่จบแต่พบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพราะเป็นคนใฝ่เรียนรู้ด้วยตนเอง ปัญญาไม่ได้อยู่ในมหาวิทยาลัยแต่อยู่ในจิตใจที่ใฝ่รู้
15. อย่ายึดติดกับความหลัง อย่าฟังเสียงปาปมิตร (มิตรชั่ว) อย่ามัวคิดริษยา อย่าเสียเวลากับคนเลวทราม
16. คนส่วนใหญ่เรียกร้องสิทธิมนุษยชน แต่คนมีปัญญาเรียกร้องสิทธิที่จะไม่ทุกข์
17. ความไม่รู้เป็นยอดแห่งมลทิน ปัญญาเป็นยอดแห่งสิริมงคลความถ่อมตนเป็นยอดแห่งเสน่ห์
18. รถทุกคันล้วนมีเบรก รถทุกคันล้วนมีท่อไอเสีย คนทุกคนต้องมีเบรกคือสติ ต้องมีท่อไอเสียคือการปล่อยวาง
19. ความทุกข์ไม่เคยยึดติดเรา มีแต่เราต่างหากที่ยึดติดความทุกข์ ความสุขไม่เคยไปจากใจเรา มีแต่เราต่างหากที่ไม่เคยถนอมมันไว้ในใจของเรา
20. ยศ ทรัพย์ อำนาจเป็นเพียงมรรควิธีที่ทำให้ชีวิตนี้มีประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ โปรดอย่าเข้าใจผิดว่าเป็นเป้าหมายในการเกิดเป็นมนุ๋ย์
21. ทำผิดแล้วรู้สึกผิดต่อไปจะเป็นคนดี ทำผิดแล้วรู้สึกว่าเป็นความดีกาลกิณีจะเกิดขึ้นในไม่ช้า
22. ที่สุดของความรักคือรักโดยไม่ครอบครอง ที่สุดของการให้คือให้โดยไม่หวังผล ที่สุดของทานคืออภัยทาน ที่สุดของคนคือการเป็นคนธรรมดาที่มีความสุข
23. ความรักไม่เคยทำให้ใครทุกข์ การไม่รู้จักธรรมชาติของความรักต่างหากที่ทำให้เกิดทุกข์ ธรรมชาติของความรักคือเกิดขึ้นในเบื้องต้น ดำรงอยู่ในท่ามกลาง และแตกดับไปในที่สุด
24. โลกนี้มีผี 6 ตัวที่น่ากลัวกว่าผีไหนๆ 1 ผีสุรา 2ผีเที่ยวกลางคืน 3. ผีมหรสพ (ติดใจในความบันเทิงจนเกินพอดี) 4 ผีการพนัน 5 ผีคบคนชั่วเป็นมิตร (คนชั่วอยู่ไหนชอบเถลไถลไปสนิทสนม) 6 ผีขี้เกียจ ผี 6 ตัวนี้ต้องปราบด้วยปฏิบัติธรรม
ขอบคุณบท ความจากธรรมจักรดอทเน็ต
ข่าว Youtube เล่นบนแอพ Blackberry OS 7 ไม่ได้
Youtube เล่นบนแอพ Blackberry OS 7 ไม่ได้
มีรายงานว่าผู้ใช้ Blackberry OS 7 หรือ 7.1 สามารถค้นหาคลิปวิดีโอคลิปยูทูปแต่ดูผ่านแอพยูทูปบนอุปกรณ์ของตัวเองได้ในขณะที่ Blackberry OS 5 , 6 และ 10 ไม่พบปัญหานี้
แหล่งข่าวจาก Crackberry บอกว่าต้นตอของปัญหานี้ไม่ได้มาจากฟากของ Blackberry แต่เกิดจากกูเกิลที่ทำหรือเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างกับยูทูปในการเล่นผ่านแอพบนอุปกรณ์พกพา
ส่วนวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ผู้ใช้ Blackberry 7 หรือ 7.1 จะดูยูทูปได้ก็มี ดาวน์โหลด Opera mobile browser ที่สามารถแสดงคลิปบนหน้าเว็บยูทูปได้แต่ความละเอียดที่ดูได้จะค่อนข้างต่ำ วิธีที่สองคือเข้าไปที่คลิปยูทูปที่ต้องการดู คลิกลูกศรที่อยู่ด้านบนขวาก็จะเห็นไอคอน ‘share’ โผล่ขึ้นมา กดแชร์แล้วเลือก ‘e-mail’ เพื่อส่งลิงค์ผ่านอีเมลไปยังอุปกรณ์ของคุณ ซึ่งลิงค์นี้สามารถดูคลิปได้ทุกความละเอียดแต่วิธีการค่อนข้างมาก
นั่นก็เป็นวิธีแก้แค่ชั่วคราวหวังว่ายูทูปและ Blackberry จะหาทางแก้ให้เร็วที่สุด
แกะรอยสัมพันธ์ลึก แอปเปิล-ซัมซุง "คู่รัก-คู่กัดธุรกิจ" หรือลมจะพัดหวน
แกะรอยสัมพันธ์ลึก แอปเปิล-ซัมซุง "คู่รัก-คู่กัดธุรกิจ" หรือลมจะพัดหวน
ในสนามธุรกิจไม่มีคำว่ามิตรแท้และศัตรูถาวร
สำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยนรายงานในบทความวิเคราะห์ "แอปเปิลและซัมซุง ความเป็นไปได้ของการผูกมิตรในยามขัดแย้ง" โดยตั้งคำถามว่า ยามที่สงครามกฎหมายระหว่างทั้งคู่ลดดีกรีลง สิ่งที่เห็นได้ชัดคือแอปเปิลและซัมซุงมีความต้องการตรงกัน คำถามคือ ทั้งคู่จะร่วมมือกันทำงานเพื่อรับมือคู่แข่งรายอื่นในตลาดได้หรือไม่
ฝันร้ายที่สุดของ "สตีฟ จ๊อบส์" คือการที่ผู้ผลิตรายใหญ่จากทวีปเอเชียนาม "ซัมซุง" ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของ "กูเกิล" สร้างสมาร์ทโฟนและแท็บเลตที่มีรูปร่างละม้ายคล้าย "ไอโฟนและไอแพด" ส่งผลให้ซัมซุงเริ่มได้ส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในกลุ่มสินค้าสมาร์ทดีไวซ์ ทั้งส่งผลกระทบต่อผลกำไรกระเทือนไปถึงราคาหุ้น และอาจถึงขั้นสั่นคลอนบัลลังก์เจ้าตลาดบริษัทโลโก้ผลไม้รายนี้ได้เลยทีเดียว
สิ่งที่ "สตีฟ จ๊อบส์" ตัดสินใจทำคือ ทิ้งระเบิดสงครามทางกฎหมายใส่ซัมซุงเพื่อหยุดไม่ให้ส่งสินค้าโคลนนิ่งเข้าสู่ตลาด แม้กระนั้นหลังจากผ่านไป 2 ปี ตั้งแต่แอปเปิลฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรของซัมซุงเป็นครั้งแรก (6 เดือนต่อมาแอปเปิลชนะคดีนี้อย่างยิ่งใหญ่) โอกาสของ "แอปเปิล" ในการขัดขวางยอดขายซัมซุงก็ริบหรี่ลงเพราะผลตัดสินของศาลหลายพื้นที่บ่งชี้ว่า สงครามสิทธิบัตรสมาร์ทโฟนอาจยืดเยื้อ เนื่องจากแอปเปิลไม่สามารถแสดงให้เห็นว่า ยอดขายตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
ผลจากสถานการณ์นี้อาจทำให้สองบริษัทยักษ์เข้าสู่ลักษณะความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่าเดิมในช่วงที่ธุรกิจ "โมบายล์คอมพิวติ้ง" กำลังเติบโต
แหล่งข่าวในวงการให้ข้อมูลว่า "ทิม คุก" ซีอีโอปัจจุบันของแอปเปิลเคยต่อต้านการฟ้องร้องซัมซุง สาเหตุหลักมาจากการที่ซัมซุงเป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนการผลิตรายใหญ่ของผลิตภัณฑ์ไอโฟนและไอแพด นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แอปเปิลน่าจะซื้อชิ้นส่วนจากซัมซุงปีที่แล้วเป็นมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกัน "ซัมซุง" เองก็ได้ประโยชน์จากการได้ทราบมุมมองการตลาดของ "แอปเปิล" จากความสัมพันธ์และการผลิตสมาร์ทโฟนและแท็บเลตที่มีรูปร่างคล้ายสินค้าตระกูล "ไอ" ออกสู่ตลาด
แม้ทั้ง "แอปเปิลและซัมซุง" จะแข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ แต่ทั้งคู่ครองส่วนแบ่งยอดขายในตลาดประมาณครึ่งหนึ่งของโลก และถือครองผลกำไรที่ทำได้แทบทั้งหมด ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของทั้งแอปเปิลและซัมซุงยังเติมเต็มกันได้ในหลายจุด "เจฟฟ์ วิลเลี่ยมส์" หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ "แอปเปิล" เคยให้สัมภาษณ์กับ "รอยเตอร์" เมื่อ ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ซัมซุงเคยเป็นพาร์ตเนอร์ที่สำคัญของแอปเปิล ทั้งคู่ต่างมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นในการซัพพลายสินค้า
ในเวลานี้ที่สงครามกฎหมายของทั้งสองบริษัทเริ่มลดระดับความคุกรุ่นลง จุดที่เห็นได้ชัดคือ แอปเปิลและซัมซุงมีความสนใจตรงกันหลายเรื่อง เนื่องจากทั้งคู่พยายามเดินหน้าหยุดยั้งผู้ท้าทายรายอื่นในตลาด เช่น แบล็คเบอร์รี่หรือไมโครซอฟท์
หากเทียบความขัดแย้งครั้งนี้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ผ่านมา จะพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยในปี ค.ศ. 1980 ที่แอปเปิลกล่าวหาไมโครซอฟท์ว่า สร้างระบบปฏิบัติการวินโดวส์ขึ้นมาจากการเลียนแบบแมคอินทอช ในครั้งนั้นแอปเปิลแพ้ เครื่องแมคกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนเฉพาะกลุ่ม บริษัทเกือบต้องล้มละลายจน "สตีฟ จ๊อบส์" กลับมากู้สถานการณ์ในปี 1996 ด้วย "ไอพอดและไอโฟน"
เช่นเดียวกับสงครามอินเทอร์เน็ตบราวเซอร์ในปลายปี ค.ศ. 1990 ที่ "ไมโครซอฟท์" มีปัญหากับ "เน็ทสเคป" ผลคือ เน็ทสเคปต้องขายสินทรัพย์ให้ "เอโอแอล" ส่วนผลิตภัณฑ์ชิ้นเอกของบริษัทก็โดนทิ้งไป แต่ภายหลังคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งในรูปแบบโปรแกรมฟรี "ไฟร์ฟอกซ์" เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดบราวเซอร์จากไมโครซอฟท์ เปิดทางให้ "กูเกิลครอม" เข้ามาอีกรายด้วย
สำหรับกรณี "แอปเปิล" และ "ซัมซุง" ทั้งคู่ไม่เคยต้องเผชิญหน้ากันในลักษณะศึกสั่งตาย เนื่องจากเป็นคู่แข่งที่มีความซับซ้อนเป็นทั้งมิตรและศัตรูในเวลาเดียวกัน แต่ในสายตาคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นโนเกีย, แบล็คเบอร์รี่, โซนี่, เอชทีซี หรือแม้แต่ "กูเกิล" ซึ่งส่วนธุรกิจโมโตโรล่าจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในปีหน้า มองว่า แอปเปิลและซัมซุงคือคู่หูคู่ปรับที่น่าเกรงขาม
ความสัมพันธ์ระหว่างแอปเปิลกับซัมซุง เริ่มเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่ปี 2005 เมื่อแอปเปิลมองหาผู้จัดหาชิ้นส่วนหน่วยความจำแบบแฟลช (หรือโซลิด-สเตท) เนื่องจากตัดสินใจละทิ้งหน่วยความจำแบบฮาร์ดดิสก์ในไอพอดและไอโฟนทำให้ต้องการซัพพลายชิปหน่วยความจำแบบแฟลชเป็นจำนวนมาก
ช่วงนั้นตลาดหน่วยความจำมีการเปลี่ยนแปลงไปมาตลอดเวลา "แอปเปิล" ต้องหาซัพพลายเออร์ที่มีผลประกอบการที่ดีจึงเลือก "ซัมซุง"
ทั้งสองบริษัทร่วมมือกันพัฒนาหน่วยประมวลผลจากดีไซน์ของบริษัทอาร์ม จากนั้นแอปเปิลก็ค่อย ๆ เข้าควบคุมกระบวนการพัฒนาหน่วยประมวลผลทั้งหมดและให้ซัมซุงทำหน้าที่ผลิตชิ้นส่วนเพียงอย่างเดียว
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขยายตัวไปถึงระดับผู้บริหารอาวุโส และการเป็นพาร์ตเนอร์ทำให้ทั้งคู่เข้าถึงข้อมูลกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการของแต่ละฝ่าย
"ซัมซุง" ได้ประโยชน์จากการได้ทราบถึงผลคาดคะเนขนาดตลาดสมาร์ทโฟนของแอปเปิลและแนวโน้มตลาดอื่น ๆ ส่วน "แอปเปิล" ได้ประโยชน์จากการที่ซัมซุงเป็นผู้ลงทุนวิจัยและพัฒนาจัดเตรียมอุปกรณ์และจัดหาโรงงานผลิต
ต่อมาซัมซุงเลือกบุกตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2009 ด้วย "ออมเนีย" ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ "วินโดวส์" แต่ผลตอบรับค่อนข้างแย่ อีก 2 ปีถัดมาจึงเปิดตัว "ซัมซุง กาแล็กซี่ เอส" ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ "แอนดรอยด์" และมีรูปร่างคล้าย "ไอโฟน" ส่งผลให้ทั้ง "สตีฟ จ๊อบส์และทิม คุก" แสดงความไม่พอใจไปยังซัมซุง โดยหวังว่าจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
แต่ในปี 2011 "ซัมซุง" ตัดสินใจเปิดตัว "แท็บเลต" ซัมซุง กาแล็คซี่ แท็บ ซึ่ง "สตีฟ จ๊อบส์" มองว่า เป็นการเลียนแบบ "ไอแพด" โดยตรงจึงตัดสินใจฟ้องร้องซัมซุงใน พ.ค.ปีเดียวกัน ผ่านศาลในทวีปยุโรป, เอเชีย และออสเตรเลีย ผลคือแอปเปิลชนะคดี ได้ค่าปรับหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ
"เดอะการ์เดี้ยน" ให้ข้อมูลว่า สงครามทางกฎหมายระหว่าง "แอปเปิลกับซัมซุง" มีผลกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่น้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด เรื่องส่วนใหญ่เกิดจากการปลุกกระแสของสังคมมากกว่า
ปัญหาดังกล่าวทำให้ "แอปเปิล" ตัดสินใจเลือก "ทีเอสเอ็มซี" เป็นผู้สร้างแอปพลิเคชั่นให้หน่วยประมวลผลแทนซัมซุง ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์จากเกาหลีมองว่า แอปเปิลจะไม่สามารถตัดซัมซุงออกจากการเป็นซัพพลายเออร์ด้านหน่วยความจำแบบแฟลชได้
ทั้งแอปเปิลและซัมซุงต่างวางกลยุทธ์ในทิศทางที่ต่างกันออกไปเพื่อคงจุดยืนและขยายฐานการเป็นผู้นำตลาดทั้งคู่
"แอปเปิล" มีสมาร์ทโฟนตัวเดียว มี "สมาร์ทดีไวซ์" 4 ตัว เนื่องจากต้องการทำให้สินค้ามีความหลากหลายน้อยที่สุด เน้นไปที่ไฮเอนด์ ส่วน "ซัมซุง" มีโทรศัพท์มากกว่า 37 รุ่น โดยปรับให้เข้ากับตลาดในแต่ละภูมิภาค ไล่ตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงแพงติดเพดาน ขณะที่สินค้า "แอปเปิล" ได้รับความนิยมในสหรัฐ ซัมซุงก็มีที่ยืนเข้มแข็งในอินเดียและจีน
นอกจากนี้ "แอปเปิล" ยังเน้นขนาดพนักงานที่กะทัดรัดเพียง 60,000 คนทั่วโลก เน้นทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์
แต่ "ซัมซุง" เป็นเครือยักษ์ใหญ่มีบริษัทลูกกว่า 80 แห่งทั่วโลก มีพนักงานกว่า 369,000 คน
จุดแตกต่างของทั้งคู่ผสมกับจุดแข็งที่ทั้งคู่มีในตลาดอาจทำให้สองยักษ์กลับมาร่วมมือกันอย่างเงียบ ๆ อีกครั้งในอีกไม่นาน ซึ่งคงดีกว่าการเปิดศึกถล่มกันเต็มรูปแบบเป็นแน่
สำนักข่าวเดอะการ์เดี้ยนรายงานในบทความวิเคราะห์ "แอปเปิลและซัมซุง ความเป็นไปได้ของการผูกมิตรในยามขัดแย้ง" โดยตั้งคำถามว่า ยามที่สงครามกฎหมายระหว่างทั้งคู่ลดดีกรีลง สิ่งที่เห็นได้ชัดคือแอปเปิลและซัมซุงมีความต้องการตรงกัน คำถามคือ ทั้งคู่จะร่วมมือกันทำงานเพื่อรับมือคู่แข่งรายอื่นในตลาดได้หรือไม่
ฝันร้ายที่สุดของ "สตีฟ จ๊อบส์" คือการที่ผู้ผลิตรายใหญ่จากทวีปเอเชียนาม "ซัมซุง" ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของ "กูเกิล" สร้างสมาร์ทโฟนและแท็บเลตที่มีรูปร่างละม้ายคล้าย "ไอโฟนและไอแพด" ส่งผลให้ซัมซุงเริ่มได้ส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในกลุ่มสินค้าสมาร์ทดีไวซ์ ทั้งส่งผลกระทบต่อผลกำไรกระเทือนไปถึงราคาหุ้น และอาจถึงขั้นสั่นคลอนบัลลังก์เจ้าตลาดบริษัทโลโก้ผลไม้รายนี้ได้เลยทีเดียว
สิ่งที่ "สตีฟ จ๊อบส์" ตัดสินใจทำคือ ทิ้งระเบิดสงครามทางกฎหมายใส่ซัมซุงเพื่อหยุดไม่ให้ส่งสินค้าโคลนนิ่งเข้าสู่ตลาด แม้กระนั้นหลังจากผ่านไป 2 ปี ตั้งแต่แอปเปิลฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรของซัมซุงเป็นครั้งแรก (6 เดือนต่อมาแอปเปิลชนะคดีนี้อย่างยิ่งใหญ่) โอกาสของ "แอปเปิล" ในการขัดขวางยอดขายซัมซุงก็ริบหรี่ลงเพราะผลตัดสินของศาลหลายพื้นที่บ่งชี้ว่า สงครามสิทธิบัตรสมาร์ทโฟนอาจยืดเยื้อ เนื่องจากแอปเปิลไม่สามารถแสดงให้เห็นว่า ยอดขายตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด
ผลจากสถานการณ์นี้อาจทำให้สองบริษัทยักษ์เข้าสู่ลักษณะความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่าเดิมในช่วงที่ธุรกิจ "โมบายล์คอมพิวติ้ง" กำลังเติบโต
แหล่งข่าวในวงการให้ข้อมูลว่า "ทิม คุก" ซีอีโอปัจจุบันของแอปเปิลเคยต่อต้านการฟ้องร้องซัมซุง สาเหตุหลักมาจากการที่ซัมซุงเป็นผู้จัดหาชิ้นส่วนการผลิตรายใหญ่ของผลิตภัณฑ์ไอโฟนและไอแพด นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า แอปเปิลน่าจะซื้อชิ้นส่วนจากซัมซุงปีที่แล้วเป็นมูลค่าประมาณ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกัน "ซัมซุง" เองก็ได้ประโยชน์จากการได้ทราบมุมมองการตลาดของ "แอปเปิล" จากความสัมพันธ์และการผลิตสมาร์ทโฟนและแท็บเลตที่มีรูปร่างคล้ายสินค้าตระกูล "ไอ" ออกสู่ตลาด
แม้ทั้ง "แอปเปิลและซัมซุง" จะแข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาดสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ แต่ทั้งคู่ครองส่วนแบ่งยอดขายในตลาดประมาณครึ่งหนึ่งของโลก และถือครองผลกำไรที่ทำได้แทบทั้งหมด ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของทั้งแอปเปิลและซัมซุงยังเติมเต็มกันได้ในหลายจุด "เจฟฟ์ วิลเลี่ยมส์" หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ "แอปเปิล" เคยให้สัมภาษณ์กับ "รอยเตอร์" เมื่อ ม.ค.ที่ผ่านมาว่า ซัมซุงเคยเป็นพาร์ตเนอร์ที่สำคัญของแอปเปิล ทั้งคู่ต่างมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นในการซัพพลายสินค้า
ในเวลานี้ที่สงครามกฎหมายของทั้งสองบริษัทเริ่มลดระดับความคุกรุ่นลง จุดที่เห็นได้ชัดคือ แอปเปิลและซัมซุงมีความสนใจตรงกันหลายเรื่อง เนื่องจากทั้งคู่พยายามเดินหน้าหยุดยั้งผู้ท้าทายรายอื่นในตลาด เช่น แบล็คเบอร์รี่หรือไมโครซอฟท์
หากเทียบความขัดแย้งครั้งนี้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ผ่านมา จะพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยในปี ค.ศ. 1980 ที่แอปเปิลกล่าวหาไมโครซอฟท์ว่า สร้างระบบปฏิบัติการวินโดวส์ขึ้นมาจากการเลียนแบบแมคอินทอช ในครั้งนั้นแอปเปิลแพ้ เครื่องแมคกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนเฉพาะกลุ่ม บริษัทเกือบต้องล้มละลายจน "สตีฟ จ๊อบส์" กลับมากู้สถานการณ์ในปี 1996 ด้วย "ไอพอดและไอโฟน"
เช่นเดียวกับสงครามอินเทอร์เน็ตบราวเซอร์ในปลายปี ค.ศ. 1990 ที่ "ไมโครซอฟท์" มีปัญหากับ "เน็ทสเคป" ผลคือ เน็ทสเคปต้องขายสินทรัพย์ให้ "เอโอแอล" ส่วนผลิตภัณฑ์ชิ้นเอกของบริษัทก็โดนทิ้งไป แต่ภายหลังคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งในรูปแบบโปรแกรมฟรี "ไฟร์ฟอกซ์" เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดบราวเซอร์จากไมโครซอฟท์ เปิดทางให้ "กูเกิลครอม" เข้ามาอีกรายด้วย
สำหรับกรณี "แอปเปิล" และ "ซัมซุง" ทั้งคู่ไม่เคยต้องเผชิญหน้ากันในลักษณะศึกสั่งตาย เนื่องจากเป็นคู่แข่งที่มีความซับซ้อนเป็นทั้งมิตรและศัตรูในเวลาเดียวกัน แต่ในสายตาคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นโนเกีย, แบล็คเบอร์รี่, โซนี่, เอชทีซี หรือแม้แต่ "กูเกิล" ซึ่งส่วนธุรกิจโมโตโรล่าจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในปีหน้า มองว่า แอปเปิลและซัมซุงคือคู่หูคู่ปรับที่น่าเกรงขาม
ความสัมพันธ์ระหว่างแอปเปิลกับซัมซุง เริ่มเป็นรูปเป็นร่างตั้งแต่ปี 2005 เมื่อแอปเปิลมองหาผู้จัดหาชิ้นส่วนหน่วยความจำแบบแฟลช (หรือโซลิด-สเตท) เนื่องจากตัดสินใจละทิ้งหน่วยความจำแบบฮาร์ดดิสก์ในไอพอดและไอโฟนทำให้ต้องการซัพพลายชิปหน่วยความจำแบบแฟลชเป็นจำนวนมาก
ช่วงนั้นตลาดหน่วยความจำมีการเปลี่ยนแปลงไปมาตลอดเวลา "แอปเปิล" ต้องหาซัพพลายเออร์ที่มีผลประกอบการที่ดีจึงเลือก "ซัมซุง"
ทั้งสองบริษัทร่วมมือกันพัฒนาหน่วยประมวลผลจากดีไซน์ของบริษัทอาร์ม จากนั้นแอปเปิลก็ค่อย ๆ เข้าควบคุมกระบวนการพัฒนาหน่วยประมวลผลทั้งหมดและให้ซัมซุงทำหน้าที่ผลิตชิ้นส่วนเพียงอย่างเดียว
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ขยายตัวไปถึงระดับผู้บริหารอาวุโส และการเป็นพาร์ตเนอร์ทำให้ทั้งคู่เข้าถึงข้อมูลกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการของแต่ละฝ่าย
"ซัมซุง" ได้ประโยชน์จากการได้ทราบถึงผลคาดคะเนขนาดตลาดสมาร์ทโฟนของแอปเปิลและแนวโน้มตลาดอื่น ๆ ส่วน "แอปเปิล" ได้ประโยชน์จากการที่ซัมซุงเป็นผู้ลงทุนวิจัยและพัฒนาจัดเตรียมอุปกรณ์และจัดหาโรงงานผลิต
ต่อมาซัมซุงเลือกบุกตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2009 ด้วย "ออมเนีย" ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ "วินโดวส์" แต่ผลตอบรับค่อนข้างแย่ อีก 2 ปีถัดมาจึงเปิดตัว "ซัมซุง กาแล็กซี่ เอส" ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ "แอนดรอยด์" และมีรูปร่างคล้าย "ไอโฟน" ส่งผลให้ทั้ง "สตีฟ จ๊อบส์และทิม คุก" แสดงความไม่พอใจไปยังซัมซุง โดยหวังว่าจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง
แต่ในปี 2011 "ซัมซุง" ตัดสินใจเปิดตัว "แท็บเลต" ซัมซุง กาแล็คซี่ แท็บ ซึ่ง "สตีฟ จ๊อบส์" มองว่า เป็นการเลียนแบบ "ไอแพด" โดยตรงจึงตัดสินใจฟ้องร้องซัมซุงใน พ.ค.ปีเดียวกัน ผ่านศาลในทวีปยุโรป, เอเชีย และออสเตรเลีย ผลคือแอปเปิลชนะคดี ได้ค่าปรับหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ
"เดอะการ์เดี้ยน" ให้ข้อมูลว่า สงครามทางกฎหมายระหว่าง "แอปเปิลกับซัมซุง" มีผลกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่น้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด เรื่องส่วนใหญ่เกิดจากการปลุกกระแสของสังคมมากกว่า
ปัญหาดังกล่าวทำให้ "แอปเปิล" ตัดสินใจเลือก "ทีเอสเอ็มซี" เป็นผู้สร้างแอปพลิเคชั่นให้หน่วยประมวลผลแทนซัมซุง ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์จากเกาหลีมองว่า แอปเปิลจะไม่สามารถตัดซัมซุงออกจากการเป็นซัพพลายเออร์ด้านหน่วยความจำแบบแฟลชได้
ทั้งแอปเปิลและซัมซุงต่างวางกลยุทธ์ในทิศทางที่ต่างกันออกไปเพื่อคงจุดยืนและขยายฐานการเป็นผู้นำตลาดทั้งคู่
"แอปเปิล" มีสมาร์ทโฟนตัวเดียว มี "สมาร์ทดีไวซ์" 4 ตัว เนื่องจากต้องการทำให้สินค้ามีความหลากหลายน้อยที่สุด เน้นไปที่ไฮเอนด์ ส่วน "ซัมซุง" มีโทรศัพท์มากกว่า 37 รุ่น โดยปรับให้เข้ากับตลาดในแต่ละภูมิภาค ไล่ตั้งแต่ราคาถูกไปจนถึงแพงติดเพดาน ขณะที่สินค้า "แอปเปิล" ได้รับความนิยมในสหรัฐ ซัมซุงก็มีที่ยืนเข้มแข็งในอินเดียและจีน
นอกจากนี้ "แอปเปิล" ยังเน้นขนาดพนักงานที่กะทัดรัดเพียง 60,000 คนทั่วโลก เน้นทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์
แต่ "ซัมซุง" เป็นเครือยักษ์ใหญ่มีบริษัทลูกกว่า 80 แห่งทั่วโลก มีพนักงานกว่า 369,000 คน
จุดแตกต่างของทั้งคู่ผสมกับจุดแข็งที่ทั้งคู่มีในตลาดอาจทำให้สองยักษ์กลับมาร่วมมือกันอย่างเงียบ ๆ อีกครั้งในอีกไม่นาน ซึ่งคงดีกว่าการเปิดศึกถล่มกันเต็มรูปแบบเป็นแน่
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
คอลัมน์ คลิกเวิล์ด
ผลวิจัยชี้เด็กดูทีวีมากเกินไปส่อเค้าแสดงพฤติกรรมรุนแรง
ผลวิจัยชี้เด็กดูทีวีมากเกินไปส่อเค้าแสดงพฤติกรรมรุนแรง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ว่า ทีมนักวิจัยจากนิวซีแลนด์พบความเป็นได้ว่า เด็กที่ติดการชมโทรทัศน์อาจเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว หรือก่ออาชญากรรม
นายบ็อบ แฮนคอกซ์ จากมหาวิทยาลัยโอตาโก หนึ่งในผู้ร่วมเขียนบทวิจัยชิ้นนี้ ซึ่งรับการตีพิมพ์ในวารสาร “กุมารเวชศาสตร์” ของสหรัฐ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการวิทยุของ “เรดิโอ นิวซีแลนด์” เมื่อวันจันทร์ว่า ทีมงานรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิง จำนวน 1,000 คน ที่เกิดระหว่างปี 2513-2522 หรือมีอายุระหว่าง 5-15 ปีในช่วงเวลาดังกล่าว แล้วตามเก็บข้อมูลจนกระทั่งกลุ่มตัวอย่างมีอายุ 26 ปี
ผลการวิเคราะห์ปรากฏว่า ยิ่งเด็กมีโอกาสชมรายการโทรทัศน์ช่วงคืนวันจันทร์-ศุกร์ นานเท่าไหร่ โอกาสในการก่ออาชญากรรมเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ตอนต้นจะเพิ่มขึ้น 30% ตามระยะเวลาของการชมรายการ เนื่องจากการชมโทรทัศน์ที่ยาวนานอาจทำให้เด็กซึมซับพฤติกรรมของผู้ที่อยู่ในรายการเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว และไม่เข้าใจว่าเป็นเพียงการแสดง ซึ่งจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้กลายเป็นคนก้าวร้าว และการแสดงอารมณ์เชิงลบ ที่จะส่งผลต่อเนื่องไปยังระดับสติปัญญา การเข้าสังคม ตลอดจนการตอบสนองต่อคำสอนของผู้ปกครอง
อย่างไรก็ตาม แฮนคอกซ์ย้ำว่า ผลงานวิจัยที่ออกมาไม่อาจชี้วัดได้ 100% ว่าการที่เด็กชมโทรทัศน์มากเกินไปจะส่งผลต่อการแสดงออกในแง่ลบทุกประเภท แต่หากผู้ปกครองพยายามจำกัด หรือควบคุมการชมโทรทัศน์ของบุตรหลานเสียตั้งแต่วันนี้ อาจมีส่วนช่วยในการลดพฤติกรรมดังกล่าวได้ ทั้งนี้ รายงานของสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งสหรัฐระบุว่า ระยะเวลาที่เหมาะสมในการชมโทรทัศน์ของเยาวชนไม่ควรเกินวันละ 1-2 ชั่วโมง
10 วิธี แก้อาการนอนหลับยาก
10 วิธี แก้อาการนอนหลับยาก
1. นอนนับแกะ
ก่อนนอนคุณควรจะปล่อยใจให้ว่าง และลบทุกความคิดออกจากสมองของคุณให้หมด เพราะความเครียดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นอนไม่หลับ ดังนั้นหากคุณกำลังคิดมากหรือมีเรื่องค้างคาใจอยู่ ก็ลองใช้วิธีนับแกะกันดูนะครับ เพราะการนับแกะนั้นจะช่วยดึงความสนใจจากเรื่องต่าง ๆ ตัดความคิดอื่น ๆ ออกไปจนทำให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ควรทำติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะช่วยให้เห็นผลได้เร็วขึ้น
2. จัดการความเครียดด้วยการเขียน
ปัญหา และเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่ผ่านเข้ามานั้นอาจจะทำให้คุณวิตก และเพิ่มความเครียดให้กับตัวเองมากขึ้น ดังนั้นคุณจึงควรระบายเรื่องที่ค้างคาใจออกมาให้หมดเสียก่อน หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบเล่าปัญหาให้ใครต่อใครฟัง ก็ลองเปลี่ยนวิธีมาใช้วิธีการเขียนบันทึกประจำวันถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสมุดบันทึกแทนดูสิ เพราะการเขียนระบายความคับข้องใจออกไปผ่านตัวหนังสือสามารถช่วยให้จิตใจของคุณสงบลง และนอนหลับได้ดีเช่นกัน
ก่อนนอนคุณควรจะปล่อยใจให้ว่าง และลบทุกความคิดออกจากสมองของคุณให้หมด เพราะความเครียดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นอนไม่หลับ ดังนั้นหากคุณกำลังคิดมากหรือมีเรื่องค้างคาใจอยู่ ก็ลองใช้วิธีนับแกะกันดูนะครับ เพราะการนับแกะนั้นจะช่วยดึงความสนใจจากเรื่องต่าง ๆ ตัดความคิดอื่น ๆ ออกไปจนทำให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ควรทำติดต่อกันประมาณ 1 สัปดาห์ก็จะช่วยให้เห็นผลได้เร็วขึ้น
2. จัดการความเครียดด้วยการเขียน
ปัญหา และเรื่องราวต่าง ๆ มากมายที่ผ่านเข้ามานั้นอาจจะทำให้คุณวิตก และเพิ่มความเครียดให้กับตัวเองมากขึ้น ดังนั้นคุณจึงควรระบายเรื่องที่ค้างคาใจออกมาให้หมดเสียก่อน หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบเล่าปัญหาให้ใครต่อใครฟัง ก็ลองเปลี่ยนวิธีมาใช้วิธีการเขียนบันทึกประจำวันถ่ายทอดเรื่องราวผ่านสมุดบันทึกแทนดูสิ เพราะการเขียนระบายความคับข้องใจออกไปผ่านตัวหนังสือสามารถช่วยให้จิตใจของคุณสงบลง และนอนหลับได้ดีเช่นกัน
3. ทำกิจกรรมเบา ๆ
ตัวอย่างเช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ เป็นต้น แต่ทั้งนี้คุณควรเลือกเพลงที่มีจังหวะช้า ๆ ฟังสบายอย่างเพลงบอสซ่า แจ๊ส หรือป็อบ หรือจะดูรายการโทรทัศน์ที่มีเนื้อหาสบาย ๆ ไม่ก็อ่านหนังสือสักเล่มก็ได้ เพราะสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณรู้สึกเพลิดเพลิน จนทำให้รู้สึกง่วงนอนเร็วกว่าปกติ
4. เข้านอนให้เร็วขึ้น
การนอนดึกติดต่อกันเป็นระยะเวลานานก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการนอนหลับได้เช่นกัน เนื่องจากร่างกายของคนเรามีกลไกคล้ายนาฬิกา ดังนั้นหากคุณนอนผิดเวลา ระบบการทำงานในร่างกายของคุณก็จะแปรปรวน และทำให้นอนได้น้อยลง ซึ่งคุณควรแก้ไขโดยการเข้านอนให้เร็วกว่าปกติประมาณ 15-30 นาที ก็จะช่วยปรับเวลาการนอนของคุณให้เข้าที่ได้
5. ผ่อนคลายจิตใจด้วยโยคะ
การเล่นโยคะนั้นไม่เพียงแต่จะช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นยาดีที่สามารถช่วยรักษาปัญหาเรื่องการนอนหลับของคุณอีกด้วย เพราะการฝึกหายใจที่ถูกต้องในระหว่างการเล่นโยคะนั้น จะช่วยลดความตึงเครียด และความวิตกกังวลในใจของคุณให้น้อยลง จนส่งผลให้คุณนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น
6. ผ่อนคลายร่างกายด้วยน้ำอุ่น
ก่อนจะทำให้จิตใจของคุณผ่อนคลายได้ ก็ต้องทำให้ร่างกายของคุณสบายเสียก่อน ด้วยการนอนแช่น้ำอุ่นสักพัก เพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ในร่างกายให้ลดลง แต่ถ้าหากคุณไม่ชอบก็อาจจะเปลี่ยนมาเป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อแทนก็ได้เช่นกัน
7. หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน
การนอนหลับหรืองีบหลับในตอนกลางวันก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นาฬิกาในร่างกายของคุณแปรปรวน เพราะร่างกายของคุณก็จะปรับความเคยชินให้อยากนอนตอนกลางวันแทน และสุดท้ายก็จะกลายเป็นความเคยชินที่ทำให้คุณจำเป็นต้องนอนกลางวันทุกวัน ดังนั้นให้พยายามหากิจกรรมที่ช่วยทำให้คุณกระปรี้กระเปร่า หรือดื่มเครื่องดื่มที่สามารถทำให้คุณตื่นตัวได้แทนดีกว่า เพราะจะช่วยให้คุณนอนหลับในตอนกลางคืนได้ยาวนานขึ้น
8. ไม่ควรทำกิจกรรมหนัก ๆ ก่อนนอน
การออกกำลังกาย สามารถช่วยให้คุณนอนหลับได้สบายขึ้นเช่นกัน แต่ทั้งนี้คุณควรเลือกเวลาการออกกำลังกายให้เหมาะสมด้วย โดยควรงดออกกำลังกายหลังจากเวลา 21.00 ไปแล้ว เพราะเป็นเวลาที่ร่างกายของคุณควรจะรู้สึกผ่อนคลาย เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเข้านอน อีกทั้งให้หลีกเลี่ยงของหวาน และอาหารหนัก ๆ ในช่วงเวลานี้ด้วย
9. ดื่มนมอุ่น ๆ ก่อนนอน
เนื่องจากในน้ำนมนั้นประกอบด้วยสารเคมีที่มีชื่อว่า ทริปโตฟาน ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยให้คุณนอนหลับได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรดื่มเยอะจนเกินไป และควรดื่มก่อนเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก็จะช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายยิ่งขึ้น
10. เลือกหมอนและท่านอนให้ถูกต้อง
การเลือกใช้หมอนและท่านอนก็มีผลต่อการนอนหลับของคุณเช่นกัน โดยควรเลือกหมอนที่มีความสูงไม่เกิน 5 - 6 นิ้ว และหมอนที่ใช้ก็ไม่ควรจะนิ่มหรือแข็งจนเกินไป ส่วนการปรับท่านอนนั้นหากคุณเป็นคนที่นอนตะแคงก็ควรใช้ขาข้างใดข้างหนึ่งก่ายหมอนข้างไว้ด้วย ส่วนคนที่ชอบนอนหงายก็ควรใช้หมอนหนุนรองใต้เข่าเอาไว้ เพื่อลดแรงกดบริเวณกระดูกสันหลัง อีกทั้งยังช่วยให้การนอนหลับของคุณดีขึ้นอีกด้วย
จะเห็นได้ว่า การนอนหลับให้เพียงพอถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ต่อสุขภาพของเรา เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของคุณจะได้รับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ดังนั้นหากคุณกำลังมีปัญหาเรื่องการนอนก็ลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้กันดูนะครับ เพื่อช่วยให้คุณสามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้น แต่หากแก้ไขไม่ได้จริง ๆ ก็ควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อหาทางรักษาให้ทันเวลา ก่อนจะเกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา
พบแล้วอุกกาบาต! นักวิทยาศาสตร์เผยพบเศษดาวตกในรัสเซีย
พบแล้วอุกกาบาต! นักวิทยาศาสตร์เผยพบเศษดาวตกในรัสเซีย
เอเอฟพีรายงานเมื่อ 18 ก.พ. ว่า นักวิทยาศาสตร์รัสเซียเปิดเผยว่า ค้นพบเศษอุกกาบาต
ที่ตกในพื้นที่แถบเทือกเขาอูราลของรัสเซียแล้ว หลังจากคลื่นกระแทกที่เกิดจากการระเบิดของอุกกาบาต ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บราว 1,200 คน และสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนหลายพันหลัง
อุกกาบาตขนาดใหญ่เกิดการระเบิดขณะอยู่เหนือโลกประมาณ10 กิโลเมตร ก่อนจะตกลงในเมืองเชเลียบินสค์ ทางตอนกลางของรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลายคนเชื่อว่ามีเศษชิ้นส่วนอุกกาบาตตกอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ทีมค้นหาได้ดำเนินค้นหาอุกกาบาตในทะเลสาบแห่งหนึ่งแต่ไม่พบวัตถุอวกาศใดๆ ในการค้นหาเบื้องต้น
แต่ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิทยาศาสตร์รัสเซียซึ่งเป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบทางเคมีกับก้อนวัตถุซึ่งมีลักษณะไม่เหมือนก้อนหินทั่วไปออกมายืนยันแล้วว่าชิ้นส่วนที่พบใกล้กับทะเลสาบเชบาร์กุล เป็นวัตถุอวกาศที่มาจากนอกโลก เนื่องจากประกอบด้วยแร่โลหะเหล็ก แร่คริสโซไลท์ และสารซัลไฟต์ซึ่งเป็นส่วนประกอบของอุกกาบาต อยู่ในกลุ่มคอนไดรต์หรืออุกกาบาตเนื้อหินเม็ดทั่วไป และได้โพสต์ภาพถ่ายชิ้นส่วนเล็กๆ ของก้อนหินสีดำมีรูพรุนบนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยกลางอูราลด้วย
นอกจากนี้ นักวิทยาศาตร์ยังมั่นใจว่า ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของอุกกาบาตลูกนี้ยังถูกฝังอยู่ใต้น้ำในทะเลสาบเชบาร์กุล แม้ว่าทางการอ้างว่าไม่พบวัตถุใดๆ ในทะเลสาบ
ตื่นตา! ดอกทิวลิปบานสะพรั่งที่เกาะซีเบิร์ด
ตื่นตา! ดอกทิวลิปบานสะพรั่งที่เกาะซีเบิร์ด
หากคุณเป็นสาวกคนรัก "ดอกทิวลิป" ดอกไม้เมืองหนาวที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรป ที่มีจำนวนหลากหลายสีสัน และเมื่อเอ่ยถึงดอกทิวลิป ก็มักทำให้นึกถึงประเทศฮอลแลนด์ (Holland)
แต่ทว่าจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ทราเวลไทยซ่าส์อยากแนะนำให้คุณไปเยือน คือ การเดินทางไปชมทุ่งดอกทิวลิปที่ "เกาะซีเบิร์ด" (Seabird Island) เกาะเล็กๆในแม่น้ำเฟรเซอร์ (Fraser River) โดยเมืองที่อยู่ใกล้สุดคือ เมืองอกาสซิส(Agassiz) เมืองในรัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia) รัฐหนึ่งของประเทศแคนาดา (Canada)
เกาะซีเบิร์ด เกาะแห่งทุ่งดอกทิวลิปที่ตั้งอยู่ที่ด้านตะวันออกของแผ่นดิน ซึ่งในทุกๆช่วงประมาณเดือนเมษายนของทุกๆปี จะมีการจัด เทศกาลดอกทิวลิป (Tulip Festival) ซึ่งถูกปลูกขึ้นบนพื้นที่กว่า 40 ไร่ มากกว่า 30 สายพันธุ์ ในช่วงที่อากาศอบอุ่นมากๆดอกทิวลิปจะ เบ่งบานเต็มที่ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันค่ะ สำหรับเวลาเข้าชมเปิดวันพุธและวันศุกร์ (& อีสเตอร์วัน จันทร์): เวลา 11:00-4:00 เสาร์-อาทิตย์ : 10:00-05:00 (ปิดจันทร์-อังคาร)
แต่ทว่าจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ทราเวลไทยซ่าส์อยากแนะนำให้คุณไปเยือน คือ การเดินทางไปชมทุ่งดอกทิวลิปที่ "เกาะซีเบิร์ด" (Seabird Island) เกาะเล็กๆในแม่น้ำเฟรเซอร์ (Fraser River) โดยเมืองที่อยู่ใกล้สุดคือ เมืองอกาสซิส(Agassiz) เมืองในรัฐบริติชโคลัมเบีย (British Columbia) รัฐหนึ่งของประเทศแคนาดา (Canada)
เกาะซีเบิร์ด เกาะแห่งทุ่งดอกทิวลิปที่ตั้งอยู่ที่ด้านตะวันออกของแผ่นดิน ซึ่งในทุกๆช่วงประมาณเดือนเมษายนของทุกๆปี จะมีการจัด เทศกาลดอกทิวลิป (Tulip Festival) ซึ่งถูกปลูกขึ้นบนพื้นที่กว่า 40 ไร่ มากกว่า 30 สายพันธุ์ ในช่วงที่อากาศอบอุ่นมากๆดอกทิวลิปจะ เบ่งบานเต็มที่ แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันค่ะ สำหรับเวลาเข้าชมเปิดวันพุธและวันศุกร์ (& อีสเตอร์วัน จันทร์): เวลา 11:00-4:00 เสาร์-อาทิตย์ : 10:00-05:00 (ปิดจันทร์-อังคาร)
น้ำพุแห่งดูไบ น้ำพุเต้นระบำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
น้ำพุแห่งดูไบ น้ำพุเต้นระบำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
หากคุณเป็นอีกคนที่มีโอกาสมาเที่ยว
ดูไบ (Dubai) หนึ่งใน 7 รัฐแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (United Arab Emirates) ขอแนะนำว่าคุณต้องไม่พลาดไปชม ความงดงามของ "น้ำพุแห่งดูไบ" (The Dubai Fountain) หรือ "น้ำพุเต้นระบำที่ใหญ่ที่สุดในโลก" (World’s Largest Dancing Fountain) อีกหนึ่งจุดท่อง
เที่ยวที่มีชื่อเสียงและสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
น้ำพุแห่งดูไบ หรือ น้ำพุเต้นระบำ ตั้งอยู่ในทะเลสาบเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa Lake)ทะเลสาบที่เป็นศูนย์กลางของเมืองดูไบ ถูกรายล้อมไปด้วยตึกที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ดูไบมอลล์ เบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa) หรือ หอคอยคาลิฟา เดิมชื่อ เบิร์จดูไบ เป็นตึกระฟ้าสูงยวดยิ่ง ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ .ศ. 2552 และเปิดให้ใช้ได้อย่างเป็นทางการ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์มีที่ตั้ง ณ "ชุมทางเชื่อมต่างระดับที่ 1" ของถนนชิค ซาเยดและ ถนนโดฮา นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมชื่อดังอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก
น้ำพุแห่งดูไบ นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของโครงการพัฒนา ขนาดยักษ์ของดูไบ โดยน้ำพุนั้น มีความยาว 900 ฟุต หรือ 275 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าสนามฟุตบอล 2สนาม สามารถพ่นน้ำได้ครั้งละ 22,000 แกลลอน (83,000 ลิตร) และความสูงของการพ่นน้ำในแต่ละครั้งนั้นสูง ประมาณ 240 ฟุต หรือเทียบเท่ากับตึกสูงประมาณ 50 ชั่น
สิ่งที่พิเศษของน้ำพุแห่งดูไบจะใช้ไฟทั้งสิ้น 6,600 ดวง โปรเจคเตอร์สี 50 ตัว ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะแสดงประกอบดนตรีครั้งละ ประมาณ 5 นาที ตัวอย่างเพลงที่ใชฃ้ประกอบฉากของน้ำพุได้แก่ Sama Dubai , Baba Yetu , Shik Shak Shok ,Inshed An Aldar และอื่นๆ โดยน้ำพุแห่ง ดูไบ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นกว่า 7.2 พันล้านบาท (AED 800 ล้าน) รวมค่าก่อสร้างทะเลสาปขนาด 30 เอเคอร์ (75.8 ไร่) สำหรับการแสดง ของน้ำพุนั้นจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00น. – 24.00 น. โดยเว้นช่วง ทุกๆ 30 นาทีค่ะ
ขอบคุณข้อมูล Travelthaiza
น้ำพุแห่งดูไบ หรือ น้ำพุเต้นระบำ ตั้งอยู่ในทะเลสาบเบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa Lake)ทะเลสาบที่เป็นศูนย์กลางของเมืองดูไบ ถูกรายล้อมไปด้วยตึกที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ดูไบมอลล์ เบิร์จคาลิฟา (Burj Khalifa) หรือ หอคอยคาลิฟา เดิมชื่อ เบิร์จดูไบ เป็นตึกระฟ้าสูงยวดยิ่ง ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ .ศ. 2552 และเปิดให้ใช้ได้อย่างเป็นทางการ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์มีที่ตั้ง ณ "ชุมทางเชื่อมต่างระดับที่ 1" ของถนนชิค ซาเยดและ ถนนโดฮา นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมชื่อดังอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก
น้ำพุแห่งดูไบ นั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของโครงการพัฒนา ขนาดยักษ์ของดูไบ โดยน้ำพุนั้น มีความยาว 900 ฟุต หรือ 275 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าสนามฟุตบอล 2สนาม สามารถพ่นน้ำได้ครั้งละ 22,000 แกลลอน (83,000 ลิตร) และความสูงของการพ่นน้ำในแต่ละครั้งนั้นสูง ประมาณ 240 ฟุต หรือเทียบเท่ากับตึกสูงประมาณ 50 ชั่น
สิ่งที่พิเศษของน้ำพุแห่งดูไบจะใช้ไฟทั้งสิ้น 6,600 ดวง โปรเจคเตอร์สี 50 ตัว ควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ โดยจะแสดงประกอบดนตรีครั้งละ ประมาณ 5 นาที ตัวอย่างเพลงที่ใชฃ้ประกอบฉากของน้ำพุได้แก่ Sama Dubai , Baba Yetu , Shik Shak Shok ,Inshed An Aldar และอื่นๆ โดยน้ำพุแห่ง ดูไบ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้นกว่า 7.2 พันล้านบาท (AED 800 ล้าน) รวมค่าก่อสร้างทะเลสาปขนาด 30 เอเคอร์ (75.8 ไร่) สำหรับการแสดง ของน้ำพุนั้นจะเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00น. – 24.00 น. โดยเว้นช่วง ทุกๆ 30 นาทีค่ะ
ขอบคุณข้อมูล Travelthaiza
วิธีเผาผลาญพลังงาน เมื่อคุณทานมากจนเกินไป
|
วิธีเผาผลาญพลังงาน เมื่อคุณทานมากจนเกินไป
การทานอาหารมากจนเกินไป
หรือบางทีตามใจตัวเอง จนเผลอหยิบอาหารเข้าปากจนเพลิน
ท้ายสุดก็มักจะสร้างความอึดอัดให้กับตัวเอง
|
|
แต่ตอนนี้คุณไม่ต้องกังวลแล้วล่ะค่ะ
เรามีวิธีช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันที่ทำให้คุณอึกอัดลงไปง่ายแล้วล่ะค่ะ งั้นเราลองไปทำตามกันดู
ยังไงสาวๆ ก็ลองทำตามกันดูน่ะค่ะ
ยิ่งถ้าคุณสาวๆ ท่านไหนหลีกเลี่ยงงานปาร์ตี้กลางคืนไม่ได้ด้วยแล้ว
ยิ่งทำทำตามที่บอกเลยล่ะค่ะ
|
ผิวสวย หน้าใส จากไพล สมุนไพรโบราณ
สมุนไพรโบราณกับความสวยความงามของคุณสาวๆ
ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก ไม่ว่าการพอกหน้า หรือการขัดผิว สาวๆ
นิยมให้สมุนไพรในการดูแลผิว และไพล ก็เป็นหนึ่งในการดูแลผิวของคุณสาวๆ
|
ผิวสวย หน้าใส จากไพล สมุนไพรโบราณ
คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ปรารถนาในเรื่องความสวยความงาม
ไม่ว่าจะใบหน้า หรือผิวพรรณที่จะต้อง สวยเด่นสะดุดตา
ซึ่งในปัจจุบันวิธีการบำรุงผิวหน้า และผิวกายนั้นมีมากมาย..
|
|
การเลือกที่จะใช้เครื่องสำอางในบางครั้งอาจจะต้องเสียเงินแพงๆ
เพื่อให้ตัวเองขาว ใส ตลอดเวลา แต่เดียวนี้ยังมีสาวๆ
อีกมากมายที่หันตัวเองมาใช้สมุนไพรจากธรรมชาติในการดูแลตัวเอง ซึ่งผลลัพท์ที่ได้
ก็ช่วยให้สาวๆ ขาวและสวยได้เช่นกัน พูดมาซะขนาดนี้สาวๆ คงอยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะค่ะ
ว่าสมุนไพรแบบไหนที่ช่วยให้คุณสาวๆ สวยใสขึ้นได้ งั้นเราไปทำความรู้จักกันเลยค่ะ
ไพล หลายๆคนอาจเคยได้ยินชื่อ เพราะเป็นสมุนไพรไทย ที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน จะเห็นจากตำหรับยาไทยต่างๆ จะมีไพล เป็นส่วนประกอบเสมอ
สรรพคุณทางยา
ไพลเป็นพืชที่ใช้กันมาตั้งแต่โบราณกาล นิยมปลูกไว้ในบ้าน เป็นพืชวงศ์เดียวกับ ขิง ข่า ตามตำหรับโบราณ ไพลเป็นส่วยผสมของยาอบสมุนไพร ช่วยสมานผิวและทำให้ผิวเต่งตึงสดใสจากการวิจัยพบว่าน้ำมันหอมระเหยจากเหง้ามีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ แก้ปวดข้อ ขัด ยอกและปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อได้ผลดีไพลจัดว่าเป็นพืชล้มลุกที่สูงราว 1-1.5 เมตร มีดอกสีเหลืองนวล ออกดอกเป็นช่อรูปกรวย มีผลขนาดเล็กลักษณะเป็นก้อนกลม แต่ส่วนสำคัญอยู่ที่ส่วนเหง้าซึ่งมีเปลือกนอกสีน้ำตาลแกมเหลือง ส่วนเนื้อในมีสีเหลืองแกมเขียว มีกลิ่นเฉพาะและเป็นส่วนที่เราสามารถนำมาทำแป้งขัดผิวช่วยทำให้ผิวผุดผ่องเป็นยองใย ลบริ้วรอยจุดด่างดำ และทำให้ไม่เกิดสิว ทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระด้วย วิธีทำแป้งไพลขัดผิว ก็โดยการนำเหง้าไพลหั่นหยาบๆ ประมาณ 4 ช้อนโต๊ะ พร้อมด้วยดินสอพอง 3 ถ้วยตวง มาทุบให้พอแตกแล้วลงปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นจึงเติมน้ำต้มสุก 1 ถ้วยตวง แล้วปั่นให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันอีกครั้ง ก่อนนำมาปั้นเป็นก้อนเล็กๆ นำไปตากแดดให้แห้งสนิทดีแล้วจึงเก็บใส่ขวดโหลเพื่อเก็บไว้ใช้ได้เป็นเวลานานส่วนวิธีใช้นั้นก็เพียงนำแป้งไพล 2-3 ก้อน ผสมกับน้ำเย็นทาพอกหน้าก่อนนอนประมาณ 15-30 นาที จึงล้าง ออก แต่หากอยากให้ใบหน้าอ่อนนุ่มก็สามารถเติมนมสด หรือโยเกิร์ตประมาณ 2 ช้อนชาลงไปด้วยก็ได้ เพียงเท่านี้คุณสาวๆ ก็จะมีใบหน้าที่สวย ใส และสุขภาพดี โดยไม่ต้องเสียเงินแพงๆ ไปหาซื้อครีมบำรุงมาใช้กัน |
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
